Share |

การแข่งขัน ทักษะความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่น ครั้งที่ 2

 

แนะนำโรงเรียนอะคะมงไค

29 กรกฎาคม 2559 (เข้าชมมาแล้ว 509 ครั้ง)

ไหน ใครใฝ่ฝันอยากไปเรียนที่โตเกียวบ้าง ยกมือขึ้น~
คราวนี้เราจะมาแนะนำโรงเรียนอะคะมงไค (Akamonkai Japanese Language School) ซึ่งเป็นโรงเรียนชื่อดังและน่าอยู่มากๆ แห่งหนึ่งของโตเกียวเลยล่ะค่ะ

ก่อนอื่นต้องขอบอกเลยค่ะว่าโรงเรียนอาคะมงไคได้รับความนิยมมากจากนักเรียนต่างชาติ นั่นก็เพราะว่า

1. โรงเรียนใหญ่ มีระบบการเรียนการสอนดี ดูแลนักเรียนทั่วถึง

2. เดินทางสะดวก

3. เลือกเรียนคอร์สได้มากมาย

4. กิจกรรมเยอะ ได้ทัศนศึกษาด้วย

5. มีการสนับสนุนช่วยเหลือด้านหางาน

เรามาดูกันเลยว่าเป็นแบบนี้จริงมั้ย ขอรีวิวมาแชร์ทุกคนนะคะ

 

 

ประวัติความเป็นมา

โรงเรียนอะคะมงไคเป็นโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นทึ่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ก่อตั้งเมื่อปีค.ศ. 1985 ที่ด้านหน้าอะคะมง (ประตูแดง) ของมหาวิทยาลัยโตเกียว ปัจจุบันย้ายมาก่อตั้งที่นิปโปริ มีนักเรียนกว่า 1000 คนจาก 25 ประเทศทั่วโลก สอนโดยครูผู้มีประสบการณ์เชี่ยวชาญ เนื้อหาการสอนมีประสิทธิภาพ เน้นให้นักเรียนมีผลการเรียนดี ไม่ยึดติดกับแผนการเรียนการสอนแบบเดิมๆ เพื่อให้นักเรียนสามารถบรรลุเป้าหมายของตนได้ นอกจากนี้ เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็ยังมีการออกแบบแผนการเรียนการสอน และจัดหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการของนักเรียน และให้บริการครบวงจรตั้งแต่นักเรียนเข้าศึกษา จนจบออกไป ทำให้เป็นที่รู้จักในฐานะโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นดีเด่นในทุกด้าน

 

ระบบการเรียนการสอนที่มั่นใจได้
โรงเรียนอะคะมงไคมีหลักสูตรครบครันทุกระดับเลยค่ะ

- คอร์สทั่วไป : ประกอบด้วยชั้นต้น ชั้นกลาง ชั้นสูง

- คอร์สเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย

- คอร์สหางานด้านธุรกิจ

- คอร์สระยะสั้น

- คอร์สระยะสั้นพิเศษ

ซึ่งความพิเศษของโรงเรียนคือหลักสูตรชั้นต้นที่เน้นปูพื้นฐาน เพื่อการพัฒนาที่ดี
เพราะในการเรียนภาษาญี่ปุ่น พื้นฐานคือสิ่งสำคัญที่สุด
โรงเรียนอะคะมงไคจึงเน้นการสอนระดับพื้นฐาน จึงทำให้นักเรียนมีพัฒนาการแบบก้าวกระโดด
และหากมีส่วนที่เรียนตามไม่ทัน หรือยังไม่เข้าใจ ก็สามารถเรียนซ้ำได้ เพราะเปิดคอร์สทุกระดับทุกภาคการศึกษาเลยค่ะ

และอีกคอร์สที่น่าสนใจ คือคอร์สหางานด้านธุรกิจ ระยะเวลา 1 ปีค่ะ
สำหรับคนที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยแล้ว ต้องการเข้าทำงานกับบริษัทในญี่ปุ่น ก็เป็นการเตรียมความพร้อมให้นักเรียนมี
ทักษะต่างๆ ที่จำเป็นต่อการหางานและทำงานในญี่ปุ่นค่ะ

อาทิ เน้นฝึกฝนทักษะการเขียนและการพูด เพิ่มความสามารถเพื่อเตรียมสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น N1 เรียนรู้พื้นฐานเรื่องธุรกิจ การใช้ภาษาสุภาพ ฝึกซ้อมสัมภาษณ์งาน และที่น่าสนใจคือเรียนรู้การใช้โปรแกรม Microsoft Word, Excel, Powerpoint เวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่น ในขั้นพื้นฐานอีกด้วย เรียนไปได้ใช้แน่นอนค่ะ


กิจกรรมเรียนรู้วัฒนธรรมมากมาย
นอกจากการเรียนในห้องแล้ว นักเรียนจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นที่สำคัญต่อการเรียนภาษาญี่ปุ่น โดยจะมี
จัดกิจกรรมแทบทุกเดือนตลอดทั้งปีเลยล่ะค่ะ เช่น

 พ.ค. : ทัศนศึกษาต้อนรับนักเรียนใหม่ที่เมืองคามาคุระ
 มิ.ย. : ร่วมแห่ศาลเจ้าในเทศกาลท้องถิ่น

 ก.ค. : งานเลี้ยงบาร์บีคิว

 ส.ค. : ปีนภูเขาไฟฟูจิ

 ก.ย. : ประกวดสุนทรพจน์

 ต.ค. : เรียนชงชา

 

สถานที่ตั้งและการเดินทาง

การเดินทางที่นี่สะดวกมาก โดยอยู่ใกล้สถานีนิปโปริ หากเดินทางเข้ามาจากสนามบินนาริตะ ก็นั่งรถไฟสายสกายไลเนอร์มาได้ ใช้เวลา 36 นาทีค่ะ

(ที่มา: http://www.machi-ga.com/13_tokyo/arakawa-nipporist.html)

สำหรับการเดินทางปกติ ก็สามารถนั่งรถไฟสาย JP Yamanote ไปยังสถานีหลักๆ ในโตเกียวได้ง่ายดาย เช่น อุเอโนะ อากิฮาบาระ ชิบุยะ ชินจุกุ อิเคะบุคุโระ เป็นต้น

ส่วนอาคารโรงเรียนจะแบ่งเป็น 2 ที่ คือตึกหลัก และตึกนิชินิปโปริ
ซึ่งตึกหลักเดินจากสถานีนิปโปริไปเพียง 4 นาทีเท่านั้นค่ะ
ส่วนตึกนิชินิปโปริก็จะห่างออกไปเล็กน้อย โดยเดินไป 8 นาที  หรือจะนั่งรถไฟสายโจบังจากสถานีนิปโปริ ไปลงสถานีมิกะวะชิมะ 
ใช้เวลา 2 นาที แล้วเดินต่อไป 4 นาทีก็ได้เช่นกันค่ะ

สามารถใช้ Google Street View เข้าไปดูภายในตึกเรียนได้ด้วยนะคะ เหมือนได้เดินดูเองเลย จิ้มที่นี่เลยค่ะ

บรรยากาศดี ห้องเรียนกว้างขวาง น่านั่งเรียนมากเลยค่ะ

ห้องเรียนที่ชั้น 6 ค่ะ

มุมอ่านหนังสือการ์ตูน มีเยอะมากเลยค่า เรื่องดังๆ ทั้งนั้น

 

การดูแลและสนับสนุนนักเรียน
ที่นี่ดูแลนักเรียนครบครันทุกด้านค่ะ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องซื้อมือถือ เปิดบัญชีธนาคาร
รวมทั้งเรื่องหางานพิเศษ ก็มีบริษัทจัดหางาน Human Power ในเครือเดียวกับโรงเรียน ที่จะคอยช่วยเหลือนักเรียนในการหางาน ทั้งงานพิเศษนอก
เวลาเรียน และงานเต็มเวลา

สำหรับนักเรียนที่เพิ่งเริ่มเรียน ยังใช้ภาษาญี่ปุ่นไม่คล่อง ก็ยังมีงานให้ทำได้มากมายเลย ไม่ต้องห่วงค่ะ

 

การใช้ชีวิต
หอพักของโรงเรียนก็จะอยู่ใกล้ทั้งตึกสำนักงานใหญ่ และตึกนิชินิปโปริ เป็นทำเลสะดวกต่อการเดินทางมากเช่นกันค่ะ
มีทั้งหมด 6 ที่ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีหอพักหญิงด้วย
ตัวห้องพักก็กว้าง มีห้องครัวให้นักเรียนทำอาหารได้เอง พร้อมด้วยอินเตอร์เน็ต มีย่านร้านค้าหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตอยู่ใกล้
นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนประจำอยู่ที่หอพัก คอยดูแลช่วยเหลือเรื่องต่างๆ ด้วยนะคะ อยู่สบายแถมอุ่นใจด้วย

ส่วนนี่เป็นหอหญิงค่ะ

    

 

แหล่งเที่ยว

สำหรับการเที่ยวในนิปโปริ ที่นี่มี Textile Town ซึ่งเป็นขุมทรัพย์ของคนรักงานฝีมือ เทียบได้กับพาหุรัดของไทยเลยล่ะค่ะ
มีทั้งร้านขายผ้า อุปกรณ์งานฝีมือ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายเก๋ๆ ของดีราคาถูกก็เยอะน้า

(ที่มา: http://www.gotokyo.org/en/kanko/arakawa/spot/s_930.html)

และมี ยานากะ กินซ่า ถนนช็อปปิ้งที่ยังคงบรรยากาศแบบเดิมๆ เอาไว้อีกด้วยนะคะ

(ที่มา: http://www.gotokyo.org/en/kanko/taito/spot/s_936.html)

ถ้าอยากไปเที่ยวที่อื่น ก็ขอแนะนำอุเอโนะเลยค่ะ อยู่ถัดจากนิปโปริไปเพียง 2 สถานีเท่านั้น
ที่นี่มีอะไรให้ทำเยอะมากเลยค่ะ แค่ในสวนอุเอโนะเนี่ย เราก็จะสามารถ:

- ชมซากุระในสวนอุเอโนะ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดชมซากุระยอดนิยมของโตเกียว

- ชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติโตเกียว (Tokyo National Museum) ที่เก็บรักษาของโบราณล้ำค่าหลายอย่าง เช่นดาบมิคาสึกิ มุเนะจิกะ หนึ่งในห้าดาบใต้หล้าชื่อดังซึ่งเป็นสมบัติของชาติ

มิคาสึกิ มุเนะจิกะ ที่นานๆ จะออกมาโชว์ตัวที

- ชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะตะวันตกแห่งชาติ (The National Museum of Western Art) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแห่งล่าสุดในญี่ปุ่น ด้วยการออกแบบสถาปัตยกรรมอันงดงาม

(ที่มา: https://en.wikipedia.org/wiki/File:National_museum_of_western_art01_1920.jpg)

- ชมพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Museum of Nature and Science) ซึ่งมีสิ่งน่าทึ่งให้ดูมากมาย คุ้มค่าตั๋วจริงๆ บอกเลยคนรักวิทยาศาสตร์ห้ามพลาด!

มีเจ้าฮาจิโคตัวจริงที่เป็นร่างสตัฟฟ์อยู่ที่นี่ด้วยนะเออ

(ที่มา: https://en.wikipedia.org/wiki/File:Hachiko_Stuffed_specimen.jpg)

ฮู้ว พิพิธภัณฑ์ในสวนนี่มีเยอะจริงๆ แต่ละที่ก็จะอยู่ใกล้กันนั่นแหละค่ะ จะจัดโปรแกรมตระเวณทัวร์พิพิธภัณฑ์ทั้งวันก็ยังได้นะคะ

หรือนอกจากนี้ จะมานั่งปิคนิค สูดอากาศ พักผ่อนชิลๆ ใต้ร่มเงาไม้ในสวนก็ได้เช่นกันค่ะ

 

ส่วนเรื่องช็อปปิ้งในอุเอโนะก็หายห่วงค่ะ มีทั้งอาเมะโยโกะ (Ameya Yokocho) ซึ่งเป็นแหล่งของฝาก ทั้งขนม เครื่องสำอางค์ เสื้อผ้า รองเท้า และอาหารอร่อยๆ น่าลิ้มลองมากมาย นอกจากนี้ก็ยังมีตึกม่วง (takeya) ชื่อดัง ที่ขายของถูกราคา ถูกใจ, ร้านมูจิ (Mujirushi), ร้าน Uniqlo+GU สาขา Okachimachi ที่มีหลายชั้นอยู่ในตึกใหญ่

(ที่มา : https://en.wikipedia.org/wiki/File:Ameyoko_Ueno_Tokyo_Japan.jpg)

เรียกได้ว่า แค่มาอุเอโนะที่เดียวก็ได้ทุกอย่างครบครันเลยล่ะค่า

นอกจากแหล่งเที่ยวแหล่งกินแล้ว อุเอโนะยังมีสถานีรถไฟ Keisei Ueno ที่สามารถนั่งไปนาริตะได้สะดวกสบายอีกด้วยล่ะค่ะ

 

เป็นอย่างไรบ้าง ถูกอกถูกใจกันไหมคะ โรงเรียนน่าอยู่ หอพักดี เดินทางสะดวก ต้องที่อะคะมงไคเลยค่ะ
หากสนใจมาเรียนที่นี่ ติดต่อทาง J-Study Center ได้เลยนะคะ
และเข้าชมเว็บไซต์โรงเรียนได้ที่
http://www.akamonkai.ac.jp/english/
http://www.akamonkai.ac.jp (ภาษาญี่ปุ่น แต่มีข้อมูลเยอะกว่า)

ที่มา : http://www.akamonkai.ac.jp/ , http://www.marumura.com/travel/?id=2272 , http://www.manager.co.th/Japan/ViewNews.aspx?NewsID=9590000071566