ศึกษาต่อ ประเทศญี่ปุ่น เรียนต่อ ญี่ปุ่น ทุนการศึกษา ภาษาญี่ปุ่น ต่างประเทศ อาหารญี่ปุ่น
Share |

การแข่งขัน ทักษะความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่น ครั้งที่ 2

 

เมืองไหนค่าเช่าบ้านถูกที่สุดในประเทศญี่ปุ่น

2 เมษายน 2561 (เข้าชมมาแล้ว 570 ครั้ง)

 

 

ค่าเช่าบ้านเรียกได้ว่าเป็น กำแพง ที่สูงที่สุดของคนที่อยากมาเรียนต่อระยะยาวที่ประเทศญี่ปุ่น แต่พอจะทราบมั้ยว่า จังหวัดไหนค่าเช่าบ้านแพงหรือถูกที่สุด มาดูกันว่าจังหวัดไหนในประเทศญี่ปุ่นที่น่าไปเรียนต่อระยะยาวกันบ้าง 

 

 

 

ค่าเช่าบ้านที่แพงที่สุดอันดับหนึ่ง มหานครโตเกียว ( 76,600 เยน )

 

 

เมืองที่เป็นศูนย์กลางความเจริญและเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น ที่ติดอันดับค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก ทำให้ผู้ที่อยากมาเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่นถึงกับลำบากใจไม่ใช่น้อย ที่ค่าครองชีพแพงเพราะว่ามหานครโตเกียวเป็นแหล่งรวมโอกาสทุกประเภทที่มีอยู่มากมาย ทั้งมหาวิทยาลัยดังๆ เงินเดือนสูงๆ การเดินทางที่สะดวกสบาย เป็นศูนย์รวมความบันเทิงทุกประเภท และเปรียบเสมือนประตูสู่ประเทศญี่ปุ่นของชาวต่างชาติ ทั้งนักท่องเที่ยวและคนที่อยากจะมาอยู่ยาวๆ จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมมหานครโตเกียวถึงค่าครองชีพสูง 

 

ในเมื่อค่าครองชีพสูง เงินเดือนสูง ค่าที่ดินราคาสูง ทุกอย่างราคาสูงไปหมดซะทุกอย่าง แต่องค์กรสถิตินานาชาติของประเทศญี่ปุ่นได้ทำรายงานว่า ค่าเฉลี่ยของค่าเช่าในมหานครโตเกียวอยู่ที่ 76,600 เยน (ประมาณ 22,000 บาท) นี่เป็นเพียงแค่ ค่าเฉลี่ยเท่านั้น  แต่ถ้าใครเป็นคนง่ายๆ สบายๆ ยอมนั่งรถไฟไกลหน่อย ยอมอยู่ห้องเก่าหน่อย เกินไกลจากสถานีหน่อย ก็สามารถอยู่ห้องเช่าที่ราคาถูกกว่านี้ได้ไม่ยาก 

 

อันดับสอง จังหวัดคานากาว่า ( 68,000 เยน ) 

 

 

 

จังหวัดนี้ส่วนใหญ่ไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่นัก แต่เป็นจังหวัดสำคัญทางใต้ของมหานครโตเกียว และเป็นที่ตั้งของเมืองใหญ่อย่างโยโกฮาม่า นอกจากนี้ ใกล้ๆกันก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยว อย่างคามาคุระ ภูเขาไฟฟูจิ และฮาโกเนะ รวมไว้มากมายในมหานครโตเกียว แถมตัวจังหวัดคานากาว่าก็เจริญไม่แพ้มหานครโตเกียวอีกด้วย โดยเฉพาะเมืองโยโกฮาม่า มีทั้งมหาวิทยาลัยดังๆ บริษัทดังๆ เงินเดือนสูงๆเหมือนกับที่มหานครโตเกียว เลยไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมคนถึงมาแย่งกันอยู่ และทำให้ค่าเช่าบ้านแพงขนาดนี้ 

 

จากสถิติกล่าวว่า ค่าเช่าห้องที่นี่โดยเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 68,000 เยน (ประมาณ 20,000 บาท) ถูกกว่าที่โตเกียวเล็กน้อย และเช่นเดียวกัน หากทำงานหรือเรียนอยู่ที่ใจกลางโยโกฮาม่า แต่ถ้ายอมนั่งรถไฟไกลอีกนิด ก็สามารถหาบ้านที่ราคาถูกได้ 

 

อันดับที่สาม จังหวัดไซตามะ ( 59,900 เยน )

 

 

จังหวัดไซตามะ อยู่ติดทางเหนือของกรุงโตเกียว เนื่องจากไม่ไกลจากโตเกียว และประเทศญี่ปุ่นยังเป็นประเทศที่มีระบบไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ ทำให้คนจำนวนมากเลือกที่จะเช่าบ้านอยู่ที่ไซตามะ และนั่งรถไฟเข้าไปทำงานที่โตเกียว นอกจากนี้ ใจกลางความเจริญของไซตามะก็ยังเป็นแหล่งที่ตั้งของย่านโอมิยะ ซึ่งเป็นเมืองขนาดกลางที่มีห้างและบริษัทที่มีตำแหน่งงานมากมายที่เงินเดือนสูสีกับโตเกียว คนที่เลือกทำงานที่นี่ก็ไม่ต่างอะไรกับทำงานที่โตเกียวเลยแม้แต่น้อย 

 

แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นอันดับสามของประเทศ แต่ค่าเช่าบ้านก็ยังถูกกว่าที่โตเกียวเยอะ ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าหากยอมนั่งรถไฟไกลขึ้นเท่าไหร่ค่าเช่าจะยิ่งถูกลงกว่านั้น เป็นจังหวัดที่เหมาะมากๆสำหรับคนที่ทำงานกลางโตเกียวแต่อยากประหยัดค่าเช่า ค่าเช่าโดยเฉลี่ยที่บันทึกจะอยู่ที่ 59,900 เยน ซึ่งถูกกว่าโตเกียวไม่น้อย 

 

อันดับสี่ เมืองโอซาก้า ( 53,800 เยน )

 

 

สำหรับเมืองที่ใหญ่อันดับสองรองลงมาจากโตเกียว ซึ่งค่าเช่าบ้านถูกกว่าที่จังหวัดคานาซาว่าและจังหวัดไซตามะ  ซึ่งเป็นอีกทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากจะเรียนต่อระยะยาวหรืออยากทำงานที่นี่ เพราะเป็นแหล่งความเจริญมีทั้งที่เรียนและที่ทำงานไม่ต่างอะไรกับโตเกียวเลย 

53,800 เยน ถ้าตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 16,000 บาท ถ้าสามารถหางานที่เงินเดือนเท่าๆกับที่โตเกียวได้ล่ะก็ จะถือว่าเป็นเมืองที่ค่าครองชีพถูกเกินคาดเมืองนึงเลยทีเดียว   

 

ส่วนจังหวัดที่ค่าเช่าบ้านถูกที่สุดก็คือ จังหวัดวากายาม่า ( 36,500 เยน ) 

 

 

จากสถิติที่บันทึกไว้ จังหวัดวากายาม่าเป็นจังหวัดที่ค่าเช่าบ้านถูกที่สุด จังหวัดวากายาม่าอยุ่ทางตอนใต้ของเมืองโอซาก้า ถึงแม้จะอยู่ติดกัน แต่ค่าเช่าต่างกันมาก ค่าเช่าบ้านรายเดือนเฉลี่ยที่ 36,500 เยน ถึงแม้ค่าเช่าบ้านจะถูกที่สุดในประเทสญี่ปุ่น แต่ก็ต้องมาถามกับตัวเองอีกทีว่า ไปอยู่ที่นี่ จะทำงานอะไร เรียนที่ไหน แต่ถ้าสามารถหางานและหาที่เรียนได้ เท่ากับว่าค่าเช่าบ้านจะถูกกว่าที่โตเกียวถึงครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว 

จังหวัดวากายาม่าถือเป็นที่ตั้งของมรดกโลก มีแหล่งศักดิ์สิทธิ์และเส้นทางจาริกแสวงบุญที่เทือกเขาคิอิ ซึ่งเป็นวื่อเรียกรวมๆของศาลเจ้าและวัดประมาณ 200 แห่ง ซึ่งเป็นแหล่งแสวงบุญที่ขึ้นชื่อของนักบวชและนักแสวงบุญในสมัยก่อน 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา : https://allabout-japan.com/th/article/6432/